A Blogger by Beamcool

Monday, July 13, 2009

การเลี้ยงดูลูก - ช่วงเวลาสำคัญของลูกน้อย ( เดือนที่ 3 - 6 )

Posted by wittybuzz at 7:38 AM 0 comments
ระหว่างเดือนที่ 3 - 6 นั้นลูกน้อยจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ในกลุ่มผู้ปกครองและเด็กๆ คุณจะสังเกตเห็นว่าเด็กน้อยแต่ละคนมีพัฒนาการในอัตราความเร็วต่างกัน ลูกน้อยของคุณอาจมีพัฒนาการเร็วกว่าในบางเรื่องและช้ากว่าในเรื่องอื่นๆ เขาไม่ได้ฉลาดมากกว่าหรือน้อยกว่าเด็กอื่นๆ ลูกน้อยในวัยนี้จะเริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองให้เห็น

หนูคลานได้แล้ว

* เมื่อลูกถึงวัย 3 - 4 เดือน ให้วางลูกน้อยคว่ำหน้าบนผ้าห่ม แล้วเขาอาจพยายามขยับตัวไปด้านหน้าโดยการใช้เท้าถีบหรือใช้แขนดึง ทารกหลายคนสามารถพลิกจากท่านอนคว่ำไปเป็นท่านอนหงายได้ บางคนถึงขนาดพลิกจากท่านอนหงายไปเป็นท่านอนคว่ำได้อีกด้วย
* เมื่อลูกถึงวัย 5 เดือน ลูกน้อยอาจดันตัวเองขึ้นสู่ท่ายืนได้โดยมีคุณคอยช่วย
* เมื่อลูกถึงวัย 6 เดือน ลูกน้อยอาจนั่งเองได้โดยไม่ต้องคอยช่วย


โอกาสในการไขว่คว้า

* เมื่อลูกถึงวัย 4 เดือน เขาจะเอื้อมแขนและคว้าของได้ ความสามารถในการคว้าของลูกน้อยจะมีจำกัดเนื่องจากนิ้วและหัวแม่มือยังทำงาน ไม่เป็นอิสระแยกจากกัน
* เมื่อลูกถึงวัย 5 เดือน ลูกน้อยจะคว้าของเล่นได้ด้วยมือข้างเดียว จากนั้นก็จะส่งให้อีกมือหนึ่ง เขาจะสามารถใช้นิ้วและหัวแม่มือได้เป็นอิสระจากกันและสามารถหมุนข้อมือเพื่อ มองดูวัตถุที่เขาคว้ามาได้ด้วย
* เมื่อลูกถึงวัย 6 เดือน เขาจะค้นพบวิธีหยิบจับสิ่งของขนาดเล็กจากพื้นด้วยนิ้วและหัวแม่มือ โดยใช้ทักษะในการกะระยะซึ่งเป็นความสามารถใหม่ ในวัยนี้ลูกน้อยจะสามารถถือของเล่นในมือแต่ละข้างพร้อมกันได้


ดีใจจัง หนูพูดได้แล้ว

ลูกน้อยวัย 4 เดือนของคุณจะค้นพบว่าเขาสามารถทำเสียงต่างๆ ออกจากปากได้ และเขามีความสุขที่ได้หัดทดลองออกเสียง เขาจะหัดทำเสียงที่เขาชอบเป็นพิเศษ เช่น ร้องเสียงแหลมๆ ไปจนถึงเสียงเป่าน้ำลายเล่น โดยจะทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ลูกน้อยจะทดลองกับการเปลี่ยนความดังด้วย เขาจะใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะออกเสียงพยัญชนะได้อย่างสมบูรณ์ เขาชอบที่จะออกเสียงซ้ำๆ เช่น เขาจะชอบออกเสียงว่า “ดาด้า” หรือ “มาม่า” มากกว่า “ดา” หรือ “มา” วิธีที่คุณตอบสนองต่อเสียงอ้อแอ้ของเขาจะช่วยให้เขาพูดภาษาได้ดีขึ้น หากคุณได้ยินเขาพูดว่า “มาม่า” แล้วคุณก็เดินมาหาเขา ด้วยรอยยิ้มแห่งความรัก เขาก็จะพูดซ้ำอีกและค่อยๆ เชื่อมความหมายว่าคำๆ นี้หมายถึงคุณ

คุณทราบหรือไม่ว่า

* เมื่อลูกน้อยอายุได้ 4 เดือน เขาจะยิ้มมากกว่าที่เขายิ้มในเวลาอื่นในช่วงอายุ 18 เดือนแรก
* ด้วยวัยเพียง 4 เดือน ลูกน้อยจะรู้ว่าลูกบอลที่โยนขึ้นในอากาศจะตกลงมาอีกครั้ง และเขาจะมีความเข้าใจว่าลูกบอลจะกระเด้งบนพื้นแทนที่จะทะลุผ่านพื้นไป


สิ่งที่ควรปฏิบัติ

* ควรให้ลูกน้อยลองถือถ้วยดู เด็กบางคนชอบทำเช่นนี้ในช่วงอายุประมาณ 5 เดือน
* มือข้างเดียว มือสองข้าง ควรเอาของเล่นให้ลูกน้อยโดยที่ครั้งแรกให้กับมือข้างเดียวและจากนั้นให้กับ มืออีกข้าง ในไม่ช้าเขาจะเรียนรู้ที่จะส่งของเล่นไปมาระหว่างมือได้ด้วยตัวเอง

ที่มา : ฮักกี้ดอทซีโอดอททีเฮท

Sunday, July 12, 2009

การเลี้ยงดูลูก - ช่วงเวลาสำคัญของลูกน้อย ( สัปดาห์ที่ 8 - 12 )

Posted by wittybuzz at 11:32 AM 0 comments
ระยะนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น เพราะลูกน้อยอายุย่างเข้าเดือนที่สามแล้ว ช่วงนี้ลูกน้อยจะใช้เวลากับการตื่นมากกว่าเดิมและเขาพร้อมที่จะสำรวจสิ่ง ต่างๆ รอบตัวอย่างกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น

การตีครั้งแรก

วางราวของเล่นขวางเตียงเขา แล้วไม่นานเขาจะค้นพบวิธีตีสิ่งของสีสันสนใสที่แขวนอยู่บนราว ลูกน้อยจะตีที่ราวของเล่น แล้วหยุด มองดู และเริ่มตีใหม่แรงขึ้นกว่าเดิม ลักษณะที่ลูกน้อยตีของเล่นจะเป็นเช่นนี้ มีทฤษฎีอยู่ว่า เด็กตีที่ราวของเล่นครั้งแรกโดยบังเอิญ แต่เมื่อตีแล้วของเล่นขยับ เขาก็จะตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ของเล่นขยับอีก

หนูมีอะไรจะพูด

ลูกน้อยจะเริ่มชอบเสียงของตัวเอง ในช่วงอายุประมาณสามเดือน คุณจะสามารถแยกแยะเสียงสระออกจากเสียงพยัญชนะได้ เสียงที่เขาออกซ้ำๆ กันจะมี เสียง “อ” “น” “ม” “พ” และ “บ” คุณจะตีความเสียงที่เขาเปล่งออกมาได้ดีขึ้นมาก

ลูกจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เขาคุ้นเคย เช่น ในช่วงเวลาอาบน้ำหรือป้อนอาหาร ด้วยส่งเสียงเบาๆ อย่างมีความสุข

ลูกน้อยจะเริ่มฟังเสียงได้เก่งขึ้นด้วย เขาจะหันหน้าไปทางเสียงคุณแม่ ให้ลองเขย่าของเล่นที่ส่งเสียงรัวแต่ไม่ให้เขาเห็น แล้วเขาจะหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปทางที่มีเสียงออกมา

ความทรงจำเกิดขึ้นมาจากสิ่งนี้

ลูกน้อยจะเริ่มทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้ ในระยะแรกหลังคลอด เขาจะร้องไห้ด้วยความหิวจนกว่าจะใส่เต้านมของคุณแม่หรือใส่ขวดนมเข้าไปในปาก ของเขา แต่ตอนนี้เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีที่เห็นขวดนมหรือเต้านม นอกจากนี้ เขายังเริ่มจดจำวัตถุที่ไม่ได้อยู่ในระยะสายตาได้ด้วย

ลองดึงของเล่นจากเขาไป แล้วตาเขาก็จะมองตามของเล่น จากนั้นเขาจะจ้องไปยังจุดที่เขาเห็นของเล่นเป็นครั้งสุดท้าย เขาจำของเล่นได้ แต่เขายังไม่รู้ว่าการมองของเล่นจะไม่ทำให้ของเล่นนั้นกลับมาได้

กราฟเส้นโค้งแห่งการเรียนรู้

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอื่นๆ อีกที่ลูกน้อยวุ่นกับการเรียนรู้

* วิธีการใช้มือ เขาจะแบมือแทบจะตลอดเวลา และเขาจะใช้มืออย่างกระฉับกระเฉงเพื่อสำรวจโลกของเจ้าตัวน้อย
* วิธีการเอื้อมแขนออกและคว้าวัตถุ
* วิธีการถ่ายน้ำหนักเวลาที่เขานอนคว่ำ โดยสามารถเหยียดแขนข้างหนึ่งออกได้

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

* นั่งหน้ากระจกเงาบานใหญ่และพูดพึมพำใส่กัน
* เลียนแบบเสียงที่ลูกน้อยเปล่งออกมา ฟังดูว่าเขาจะทำเสียงซ้ำหรือไม่ จากนั้นเลียนเสียงนั้นอีกครั้ง
* ใส่ลูกบอลที่มีสีสันสดใสในอ่างอาบน้ำของลูกน้อย แล้วเขาจะพยายามเอื้อมจับลูกบอลที่ลอยขึ้นลงบนผิวน้ำ

ที่มา : ฮักกี้ดอทซีโอดอททีเฮท

Saturday, July 11, 2009

การเลี้ยงดูลูก - ช่วงเวลาสำคัญของลูกน้อย ( สัปดาห์ที่ 4 - 8 )

Posted by wittybuzz at 5:23 AM 0 comments
ในระยะนี้คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มคุ้นเคยกับการทำ กิจวัตรประจำวันกับลูกน้อย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะมีเวลาและกำลังในการดูลูกน้อยเรียนรู้ทักษะต่างๆ และสังเกตว่าเขาช่างเป็นเด็กน้อยที่มหัศจรรย์จริงๆ

มีอะไรก็ดูดหมด!

ในช่วงแรกนั้น ลูกน้อยจะต้องอาศัยปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อช่วยนำทางเขาไปสู่เต้านมของคุณแม่ ตอนนี้เขาเริ่มจะรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ลองวางเขาลงบริเวณหน้าอก แล้วไม่นานเขาจะจงใจคว้าเต้านมเข้าปากและเริ่มดูดนมทันที

ในระหว่างการป้อนนมแต่ละครั้ง ลูกน้อยจะเริ่มดูดแทบทุกสิ่งที่ใส่เข้าปาก โดยอาจเริ่มดูดนิ้วหัวแม่มือ ในตอนแรกเกิดนั้น เขาจะดูดหัวแม่มือหากบังเอิญเอานิ้วเข้าไปไว้ในปาก และเขาจะร้องหากนิ้วมือหลุดออกจากปาก ภายในเวลา 2 เดือน เขาจะสามารถควบคุมทั้งมือและปากให้ทำตามที่เขาต้องการได้

การควบคุมศีรษะ

การควบคุมศีรษะของลูกน้อยกำลังดีขึ้นเช่นกัน ในระยะนี้ เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มยกศีรษะขึ้นได้ในขณะนอนคว่ำ

มือเป็นอันดับแรก

ลูกน้อยจะค้นพบว่าการมองดูมือสนุกกว่าเมื่อเขาขยับมือไปมา ภายในเวลาประมาณ 8 สัปดาห์ ลูกอาจกางและหุบนิ้วมือได้ และมองดูมือของตัวเองอย่างตั้งใจราวกับว่ารู้ว่ามือที่เขากำลังมองอยู่นั้น เป็นมือของเขาเอง

คุณทราบหรือไม่ว่า

ในระยะนี้ ลูกน้อยสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างการดูดเพื่อบริหารกล้ามเนื้อและผ่อน คลาย กับการดูดเพื่อตอบสนองต่อความหิวได้แล้ว เมื่อเขาไม่ได้รู้สึกหิว เขาจะดูดตุ๊กตาอย่างมีความสุข เมื่อเขารู้สึกหิวนม เขาจะบ้วนตุ๊กตาทิ้งและร้องไห้

ยิ้มหน่อยนะ!

* คุณอาจเห็นลูกน้อยยิ้มแป๊บนึงหลังจากคลอดได้เพียง 3 วัน แต่นั่นเป็นเพียงแค่ปฏิกิริยาตอบสนอง
* ลูกน้อยจะเริ่มยิ้มเป็นปรกติเมื่อมีอายุประมาณ 4 - 6 สัปดาห์ คุณจะสังเกตเห็นความแตกต่างได้ เพราะเขาจะยิ้มนานขึ้นและแสดงออกทางสายตาด้วย รอยยิ้มเองก็ต่างไปด้วยเช่นกัน โดยที่กล้ามเนื้อแก้ม ตาและปากจะสัมพันธ์กัน
* เสียงผู้หญิงเป็นเสียงที่ทำให้เด็กยิ้มได้มากที่สุด
* ลูกน้อยจะยิ้มให้คนพิเศษที่เขารักเมื่อเขาอายุได้ 5 - 6 เดือน
* การที่คุณยิ้มกว้างให้ลูกน้อยดูเป็นเวลานานๆ ไม่ได้ช่วยลูกน้อยยิ้มได้เร็วขึ้น เด็กตาบอดจะเริ่มยิ้มในช่วงระยะเวลาเดียวกับเด็กสายตาปกติ
* เมื่อลูกน้อยของคุณยิ้มแล้วคุณตอบสนองในทางบวก เขาจะรู้สึกว่าได้รับรางวัลและจะทำแบบนี้ซ้ำอีก


สิ่งที่ควรปฏิบัติ

* เป่าฟองของเหลวใส่ลูกน้อย เขาจะชอบมองมันลอยผ่านไปอย่างช้าๆ
* วางของเล่นที่ส่งเสียงได้ง่ายเวลาบีบไว้ในมือของลูกน้อย เสียงที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจจะช่วยให้ลูกน้อยรู้ตัวว่ามือของเขากำลังทำ อะไรอยู่

ที่มา : ฮักกี้ดอทซีโอดอททีเฮท

Friday, July 10, 2009

การเลี้ยงดูลูก - ช่วงเวลาสำคัญของลูกน้อย ( สัปดาห์ที่ 2 - 4 )

Posted by wittybuzz at 1:20 AM 0 comments
ในช่วงเดือนแรกนี้ ลูกน้อยจะวุ่นอยู่กับการควบคุมร่างกายของเขาเอง การเคลื่อนไหวแบบตะกุกตะกักและแบบเกร็งๆ จะเริ่มลดลงและเริ่มที่จะขยับแขนขาได้อย่างนุ่มนวลยิ่งขึ้นและมีจุดประสงค์ มากขึ้น

* ลูกจะสามารถควบคุมศีรษะได้มากขึ้น และเมื่ออายุได้ประมาณหนึ่งเดือน คุณพ่อคุณแม่จะพบว่าลูกน้อยสามารถขยับศีรษะจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งได้ เวลานอนบนเตียง
* เวลาพูดกับเขาอย่างช้าๆ และมีจังหวะคงที่ เขาจะขยับแขนขาอย่างช้าๆ และคงที่ ลองพูดให้เร็วขึ้น แล้วคุณจะเห็นว่าเขาเตะขาเร็วขึ้นเช่นกัน
* เมื่อให้ลูกฟังเสียงแปลกใหม่ เขาจะหยุดการเคลื่อนไหวและดูเหมือนจะหยุดฟัง หลังจากที่เขาได้ยินเสียงเดิมนี้สองสามครั้ง เขาก็จะหยุดตอบสนองต่อเสียงนั้น ทีนี้ลองใช้เสียงใหม่และดูการตอบสนองของเขาอีกครั้ง

มองดูโลกที่เคลื่อนผ่านไป


ลูกน้อยวัยหนึ่งเดือนสามารถมองตามวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้ เขาชอบมองดูสิ่งต่อไปนี้

* ใบหน้า โดยเฉพาะใบหน้าของคุณพ่อคุณแม่หรือใบหน้าที่ดูคล้ายกับของคุณพ่อคุณแม่
* ลวดลายต่างๆ ลูกน้อยอาจชอบกระดาษติดผนังที่มีลวดลายหรือผ้าปูที่นอนที่มีลายมากกว่าแบบที่มีแต่สีพื้นเรียบๆ
* สีสดๆ โดยเฉพาะสีดำและขาว

คุณจะเห็นว่าลูกน้อยชอบอะไรได้โดยสังเกตจากการที่เขามองวัตถุชิ้นหนึ่งเป็นเวลานานก่อนที่เขาจะเลิกสนใจในวัตถุชิ้นนั้น

คุณพ่อก็มีส่วนร่วมได้ด้วย


ลูกน้อยของคุณจะได้รับการกระตุ้นจากคุณพ่อซึ่งต่างไปจากที่ได้รับจากคุณแม่ มากทีเดียว คุณพ่อซึ่งช่วยในการดูแลลูกน้อยเป็นกิจวัตรประจำวันจะเรียนรู้ที่จะตอบสนอง ต่อความต้องการของลูกน้อยได้อย่างรวดเร็ว เมื่ออายุได้สองสัปดาห์ ลูกน้อยจะแสดงให้เห็นว่าเขาชอบเสียงของคุณพ่อมากกว่าเสียงผู้ชายคนอื่น

คุณทราบหรือไม่ว่า


ลูกน้อยไม่ได้มองดูแค่รูปร่างใบหน้าคุณเท่านั้น แต่เขาสนใจในรายละเอียดต่างๆ บนใบหน้าคุณมากกว่า เขาจะตอบสนองต่อภาพของใบหน้าอย่างสนอกสนใจมากกว่าภาพวัตถุอื่นๆ แต่เขาจะหมดความสนใจหากรายละเอียดบนใบหน้ายุ่งเหยิง เมื่อแรกคลอด ลูกน้อยจะชอบมองที่ส่วนบนของใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแนวเส้นผม เมื่ออายุได้ 4 สัปดาห์ เขาก็จะไปสนใจที่ดวงตามากกว่า

สิ่งที่ควรปฏิบัติ


* พูดกับลูกน้อยจากบริเวณต่างๆ ในห้อง ในขณะที่เขามองหาคุณ เขาก็จะเริ่มเชื่อมต่อภาพที่เห็นกับเสียงที่ได้ยินเข้าด้วยกัน
* วางลูกน้อยคว่ำหน้าไว้บนพื้น แล้วนอนลงข้างเขา เอาของเล่นที่มีสีสันสดใสให้เขามองแล้วเรียกชื่อเขา การทำเช่นนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ลูกยกศีรษะขึ้น ซึ่งจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อคอ หลังและแขน
* เลือกของเล่นที่มีสีสดใสและกระตุ้นให้เขามองตามของเล่นโดยเคลื่อนของเล่น อย่างช้าๆ จากซ้ายไปขวา ให้ห่างจากหน้าเขาประมาณ 15 เซนติเมตร

ที่มา : ฮักกี้ดอทซีโอดอททีเฮท

Thursday, July 9, 2009

การเลี้ยงดูลูก - ช่วงเวลาสำคัญของลูกน้อย ( สัปดาห์ที่ 1 )

Posted by wittybuzz at 4:11 AM 0 comments
ลูกน้อยลืมตาดูโลกใบนี้พร้อมด้วยทักษะต่างๆ ตามธรรมชาติอันน่ามหัศจรรย์ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้อยู่รอดได้หลังคลอด

* เมื่อลูบไล้ที่แก้มเบาๆ ลูกน้อยจะหันศีรษะมาหา พร้อมที่จะดื่มนมจากอกคุณแม่
* เมื่อใส่หัวนมเข้าไปในปากของลูกน้อย เขาก็จะเริ่มดูดและกลืน
* หากมีวัตถุเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้า ลูกน้อยก็จะกระพริบตา
* เมื่ออุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนโดยให้ฝ่าเท้าแตะกับพื้นแข็งๆ ลูกน้อยจะทำท่าเหมือนการก้าวเดิน
* เมื่อลูกน้อยได้ยินเสียงดัง เขาก็จะเหวี่ยงแขนและกางนิ้วออก ในขณะที่โก่งหลังขึ้น
* เมื่อลูบที่ฝ่าเท้าของลูกน้อย เขาจะกางนิ้วเท้าออกและจากนั้นก็จะงอเข้า

ปฏิกิริยาตอบสนองเหล่านี้จะหายไปก่อนที่ลูกน้อยจะมีอายุครบหนึ่งขวบ โดยส่วนใหญ่จะหายไปก่อนนั้นมาก

เห็นด้วยตาถึงจะเชื่อ

แทบจะทันทีที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก ลูกน้อยจะชอบเสียงของมารดามากกว่าเสียงของคนอื่น ซึ่งเป็นการบอกให้เรารู้ว่าลูกน้อยได้ยินเสียงของคุณแม่ขณะที่ยังอยู่ใน ครรภ์

ลูกน้อยจะตั้งใจฟังมากขึ้นเวลาที่คุณพูดกับเขาโดยตรง นั่นคงเป็นเพราะว่าคุณพูดด้วยเสียงสูงๆ และมีการสบตากันโดยสัญชาติญาณ

ลองฟังทางนี้

สายตาของลูกน้อยทำให้เขาได้เห็นสิ่งสำคัญในชีวิต นั่นก็คือคุณ ทุกอย่างที่อยู่ไกลออกไป เขาจะมองเห็นเป็นภาพมัวๆ แต่หากใบหน้าของคุณอยู่ในระยะแค่ 20-30 เซนติเมตร จะเป็นระยะโฟกัสที่ดีที่สุด งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าเมื่อลูกน้อยฟื้นตัวจากการคลอดแล้ว เขาจะจ้องมองใบหน้าของคุณได้เป็นชั่วโมงๆ เลยทีเดียว

ลองสังเกตลูกน้อยดูซิ

* ในเวลาที่ลูกน้อยพักผ่อน เขาจะกำมือโดยงอนิ้วหัวแม่มือเข้า
* นิ้วมือเขาจะกางออกเมื่อเขาขยับแขนไปมา
* หากคุณวางนิ้วลงบนฝ่ามือของลูกน้อย เขาก็จะกำแน่นมากทีเดียว
* หากนิ้วหัวแม่มือของลูกน้อยเหี่ยวย่นตอนคลอดออกมา แสดงว่าเขาดูดนิ้วหัวแม่มือตอนอยู่ในครรภ์

คุณทราบหรือไม่ว่า


* ลูกน้อยที่เพิ่งคลอดมี “ปฏิกิริยาตอบสนองในการกำมือ” อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยที่เขาจะกำนิ้วชี้ของคุณแน่นมากถึงขนาดที่ถ้าคุณยกมือขึ้น เด็กก็จะลอยตามขึ้นมาเลยทีเดียว แต่ก็ไม่เป็นการดีที่จะทดสอบเรื่องนี้ เพราะว่าปฏิกิริยาตอบสนองนี้จะหายไปอย่างรวดเร็วมาก บางครั้งก็หายไปได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

สิ่งที่ควรปฏิบัติ


* หลังจากที่อาบน้ำให้ลูกน้อยแล้ว คุณควรจูบท้อง นิ้วเท้าและนิ้วมือของเขาเบาๆ การกระตุ้นอย่างอ่อนโยนนี้จะช่วยให้ลูกน้อยพัฒนาการรับรู้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้
* เมื่อลูกน้อยตื่นนอน ให้วางเขาในท่าทางต่างๆ โดยเอาหลัง ท้องและด้านข้างลง วิธีนี้จะทำให้เขาได้มีโอกาสมองโลกจากมุมแปลกใหม่และได้ออกกำลังกายกล้าม เนื้อส่วนต่างๆ ไปในตัว


ที่มา : ฮักกี้ดอทซีโอดอททีเฮท

Wednesday, July 8, 2009

ลูกน้อยแรกเกิด - การปรับตัวเพื่อต้อนรับ ลูกน้อย

Posted by wittybuzz at 2:11 PM 0 comments

การอยู่กับลูกในช่วงสองสามสัปดาห์แรกอาจเป็นเหมือนกับลมที่พัดพาประสบการณ์และความรู้สึกใหม่ๆ มาสู่คุณแม่ ในขณะที่คุณแม่เรียนรู้ที่จะจัดการกับความต้องการใหม่ๆ ของลูก ต่อไปนี้คือเคล็ดลับว่าจะเตรียมตัวอย่างไรและจะ รับมือกับลูกน้อยในช่วงนี้อย่างไร

การดูแลลูกน้อย

ในฐานะที่เป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เป็นธรรมดาที่จะต้องกังวลหรือประหม่าที่จะต้องแบกรับความรับผิดชอบใน ลักษณะนี้ คุณกับสามีอาจไปเข้าเรียนหลักสูตรสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพยาบาลจะสอน วิธีการอาบน้ำ ป้อนอาหาร และดูแลลูกน้อยว่าต้องทำอย่างไร

คุณแม่ควรรับหน้าที่รับผิดชอบดูแลลูกทันทีที่มีเรี่ยวแรง การทำเช่นนี้จะช่วยให้สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่กับลูก น้อย นอกจากนี้ การสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างกันยังช่วยให้คุณแม่ได้มีโอกาสเรียนรู้อารมณ์และความต้องการของเจ้าตัวน้อยอีกด้วย

เป็นเรื่องที่ดีที่จะหาใครสักคนมาช่วยทำงานบ้านขณะที่คุณกับสามีจดจ่ออยู่อยู่กับการดูแลเจ้าตัวน้อย ควรกระตุ้นให้ สามีมีส่วนร่วมในการดูแลลูกน้อย เพราะจะเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อกับคุณลูก

การควบคุมอารมณ์ตัวเอง

คุณแม่หลายคนอาจรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดกับลูกน้อยทันทีหลังคลอด ขณะที่อีกหลายๆ คนอาจต้อง อาศัยระยะเวลาในการสร้างความรู้สึกเช่นนี้

ไม่ต้องรู้สึกผิดหากคุณแม่ต้องใช้เวลาสักระยะในการสร้างสายสัมพันธ์กับลูกน้อย หรือถ้าคุณแม่มีความรู้สึกเสียดาย ว่าวันว่างของตัวเองสิ้นสุดลงแล้ว อารมณ์ดังกล่าวนี้เป็นเรื่องปกติ ดังนั้น คุณแม่จึงไม่ควรคิดมากกับความรู้สึกเหล่านี้ ขอให้มีสมาธิดูแลชีวิตน้อยๆ ที่คุณแม่กำลังเลี้ยงดูอยู่จะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้คุณแม่แลกเปลี่ยนความรู้สึกกับคุณสามี คนใกล้ชิด และเพื่อนที่คุณคิดว่ารู้สึกแบบ เดียวกันนี้

คุณจะรู้สึกอุ่นใจว่าสิ่งที่คุณกำลังรู้สึกอยู่นั้นเป็นเรื่องที่คุณแม่มือใหม่ทั่วไปต้องเผชิญ

คุณแม่บางคนเผชิญกับอารมณ์ปรวนแปรระหว่างช่วงนี้ หรือที่รู้จักกันทั่วไปอาการซึมเศร้าหลังคลอด คุณแม่กลุ่มนี้จะร้องไห้ฟูมฟายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร หรือรู้สึกหดหู่สองถึงสามวัน

ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ความรู้สึกผิดหวังหลังคลอดและความเหนื่อยล้าจากการคลอดที่ยาวนาน และยากลำบาก อาจเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ก่อให้เกิดอาการซึมเศร้านี้

ข่าวดีก็คือ อาการซึมเศร้าหลังคลอดนี้จะหายไป แต่ถ้ายังไม่หาย และคุณแม่รู้สึกว่าไม่สามารถรับมือกับลูกและสนอง ความต้องการของครอบครัวได้ ให้ไปปรึกษาแพทย์ประจำตัว ซึ่งคุณหมอจะจ่ายยาให้หรือส่งตัวไปปรึกษากับ จิตแพทย์

ครอบครัวสุขสันต์

การมาของเจ้าตัวน้อยจะนำความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเข้ามาในชีวิต ความสัมพันธ์ของครอบครัวก็จะ เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ไม่ว่าชีวิตของคุณแม่จะดูยุ่งเหยิงสักเพียงใดก็ตามในช่วงนี้ แต่ก็ขอให้แบ่งเวลาให้กับสามีคุณบ้าง บ่อยครั้งที่คุณพ่อ จะตกอยู่ในความสับสนอันเนื่องมาจากความรู้สึกที่ขัดแย้งกัน

คุณพ่ออาจรู้สึกภาคภูมิใจและอยากที่จะปกป้องลูกน้อยเป็นพิเศษ แต่อีกด้านหนึ่ง คุณพ่ออาจรู้สึกเสียใจว่าวันว่าง ของเขาสิ้นสุดลงแล้ว นอกจากนี้เขายังอาจประหม่ากับการดูแลลูกน้อยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อจะมีความมั่นใจมากขึ้นและกังวลน้อยลงหากคุณแม่ให้คุณพ่อเข้ามามีส่วนช่วยในการดูแลลูก น้อย เมื่อคุณทั้งสองคนเรียนรู้เกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กมากขึ้นแล้ว ทั้งสองคนก็จะสามารถกำหนดกิจวัตรใหม่ที่ลงตัวได้

แม่ของคุณและแม่สามีก็เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีเช่นกันในการของคำแนะนำและความช่วยเหลือ จาก ประสบการณ์ในการดูแลลูก ท่านจึงมีข้อมูลมากมายซึ่งคุณสามารถขอความช่วยเหลือได้

ที่มา : ฮักกี้ดอทซีโอดอททีเฮท

Tuesday, July 7, 2009

ลูกน้อยแรกเกิด - การกลับบ้าน

Posted by wittybuzz at 9:33 PM 0 comments


ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้เป็นคุณแม่แล้ว

เราเตรียมบทความนี้ไว้เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่คุณแม่ในการแก้ปัญหาในช่วงสองสามสัปดาห์แรกหลังคลอด

การดูแลสายสะดือให้ลูกน้อย

หมั่นทำความสะอาดและรักษาสะดือลูกน้อยให้แห้งอยู่เสมอ ใช้ก้อนสำลีหรือก้านสำลี (ชุบด้วยน้ำยาเช็ดสะดือ) ทำ ความสะอาดสะดือลูกน้อย ให้ทำความสะอาดจากล่างขึ้นบนทุกครั้งหลังอาบน้ำให้ลูกน้อยหรือเมื่อสายสะดือเปียก สายสะดือจะค่อยๆ แห้งและจะหลุดออกภายในหนึ่งอาทิตย์

การดูแลแผลที่เกิดจากการคลอด

แผลที่เกิดจากการคลอดคือรอยผ่าตัดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ในระหว่างการคลอด รอยเย็บใช้เวลารักษาสองอาทิตย์ กว่าจะหาย บริเวณดังกล่าวต้องดูแลความสะอาดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยการล้างน้ำและทายาระงับความ เจ็บปวดวันละสองครั้ง

การดูแลแผลผ่าคลอด

หมั่นดูแลผ้าปิดแผลบนแผลผ่าตัดให้แห้งอยู่เสมอ คุณแม่อาจนำผ้าปิดแผลออกตามคำแนะนำของพยาบาล

คุณแม่จะได้รับคำแนะนำไม่ให้ถือหรือยกของหนักประมาณสองเดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่แผลจะหายสนิท

ให้ไปที่โพลีคลินิกหรือไปพบอายุรแพทย์หากบาดแผลบวมแดงหรือมีของเหลวมีกลิ่นเหม็นออกมา

น้ำคาวปลา

น้ำคาวปลาคือเลือดเสียที่ขับออกมาทันทีหลังคลอด ในสองสามวันแรก จะมีเลือดไหลออกมาค่อนข้างมาก แต่ก็จะ ค่อยลดลงทีละน้อย

สีของน้ำคาวปลามักเปลี่ยนจากสีแดงสดไปเป็นสีชมพูและเป็นสีน้ำตาล และอาจกลายเป็นสีเหลืองก่อนที่จะหายสนิทซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาสามหรือสี่ อาทิตย์หลังคลอด

โปรดปรึกษาแพทย์หากมีน้ำคาวปลาออกมากและกลายเป็นสีแดงอีกครั้งหลังจากที่หยุดไปแล้ว

การให้นมลูก - การดูแลเต้านม

คุณแม่ควรใส่ชุดชั้นในสำหรับการพยุงทรวงอกระหว่างการให้นมลูก และเพื่อป้องกันอาการน้ำนมคัด คุณแม่อาจ ปฏิบัติดังนี้

* ใช้การประคบร้อนและปั๊มน้ำนมทุกๆ สามชั่วโมงด้วยมือทั้งสองข้างหรือใช้เครื่องปั๊มถ้าคุณแม่ไม่ได้ให้นมลูกจากอกโดยตรง
* ใช้ใบกะหล่ำปลีแช่เย็นแปะบริเวณหน้าอกหนึ่งหรือสองครั้ง หรือใช้ถุงเย็นประคบหน้าอกในระหว่างการปั๊มน้ำนมหากรู้สึกว่าหน้าอกแข็งและ เจ็บ

อาหาร

ทานอาหารหลากหลายชนิดให้ครบทั้ง 5 หมู่ (ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ผลไม้ ผัก และเนื้อและผลิตภัณฑ์จากเนื้อ) เพื่อควบคุมอาหารที่มีประโยชน์

หากอยู่ระว่างการให้นมลูก คุณแม่ควรปฏิบัติดังนี้

* ดื่มนม 2-4 แก้วหรือทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงทุกวัน
* อย่าควบคุมน้ำหนักเข้มงวดจนเกินควรเพื่อลดน้ำหนักจนกว่าลูกน้อยจะทานอาหารอ่อนๆ ได้ (อายุ ประมาณ 6 เดือน)
* ดื่มน้ำเยอะๆ
* อย่าดื่มชาหรือกาแฟเกิน 2 แก้วต่อวัน
* หลีก เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 อาทิตย์หลังคลอดหรือหากลูกน้อยเป็นโรคดีซ่าน จากนั้นตั้งแต่สัปดาห์ที่สองเป็นต้นไปหากลูกน้อยไม่มีอาการของโรคดีซ่าน คุณแม่อาจดื่มแอลกอฮอล์หรือโทนิคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ได้ไม่เกินวันละ 20 มิลลิลิตร (2 ช้อนโต๊ะ) หลังให้นมลูก

การพักผ่อน การผ่อนคลายและการออกกำลังกาย

การผ่อนคลายและการพักผ่อนระหว่างคลอดถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่

คุณแม่ควรพักหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อพักฟื้นหลังจากการคลอด พยายามหาเวลางีบในเวลาที่ลูกน้อย หาก คุณมีลูกอีกคน คุณแม่อาจอยากจะทำกิจกรรมที่เงียบๆ กับเขา เช่น การอ่านหนังสือให้เขาฟัง

ขอแนะนำให้คุณแม่ออกกำลังกายหลังคลอด เพราะว่าจะช่วยให้หน้าท้องและกล้ามเนื้อรอบๆ สะโพกและน่องกระชับขึ้น

การมีเพศสัมพันธ์

คุณกับสามีควรตัดสินใจร่วมกันว่าจะมีเพศสัมพันธ์กันเร็วแค่ไหน คุณอาจยืดระยะเวลาการมีเพศสัมพันธ์ออกไปได้ ตามแต่คุณต้องการ

หากคุณรู้สึกเหนื่อยหรือรู้สึกไวต่อการกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศหลังการฉีกขาด หรือการผ่าตัดขยายของปากช่องคลอด คุณอาจปรึกษากับสามีและหาวิธีอื่นๆ เพื่อแสดงออกถึงความรักใคร่ต่อกัน

ที่มา : ฮักกี้ดอทซีโอดอททีเฮท
 

Mama And Baby Care Copyright © 2009 Baby Shop is Designed by Ipietoon Sponsored by Emocutez